แผ่นฉนวนกันความร้อนบางๆ
ป้องกันร้อนได้ดีกว่าฉนวนแบบหนาๆ
มากถึงเกือบ 50%

หลายคนมีความเชื่อว่า ฉนวนกันความร้อนต้องมีความหนามากๆ ถึงจะป้องกันความร้อนได้ดี แต่ความความเป็นจริงแล้วความสามารถในการป้องกันความร้อนอาจไม่ขึ้นกับความหนาเสมอไปแผ่นฉนวนกันร้อนที่บางๆนั้น ก็สามารถป้องกันความร้อนได้มากกว่าฉนวนที่มีความหนา นั่นเพราะความร้อนสามารถเดินทางเข้าสู่ตัวบ้าน หรืออาคารได้หลากหลายรูปแบบ (ดูรายละเอียด Heat Transfer) ดังนั้นการป้องกันความร้อนจึงจำเป็นจะต้องเข้าใจกลไกของเรื่องนี้ จึงจะสามารถออกแบบให้ผลิตภัณฑ์รวมถึงการติดตั้งให้สามารถป้องกันความร้อนได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ

การจะเปรียบเทียบว่าฉนวนชนิดใดป้องกันความร้อนได้ดีกว่ากัน จึงควรจะพิจารณาว่าเมื่อติดฉนวนเข้าไปแล้ว สามารถลด หรือป้องกันการถ่ายเทความร้อนได้มากน้อยต่างกันแค่ไหน ซึ่งการถ่ายเทความร้อนเข้าสู่ตัวบ้านหรืออาคารนั้น เริ่มจากดวงอาทิตย์ส่งพลังงานความร้อนลงมาที่ด้านบนหลังคา และความร้อนจะเดินทางผ่านหลังคาจากด้านบน ลงไปยังด้านล่างของหลังคา เราจึงเรียกการเดินทางของความร้อนนี้ว่า “การถ่ายเทความร้อน”

ดังนั้นถ้าหลังคาสามารถถ่ายเทปริมาณความร้อนได้มาก ก็จะทำให้พื้นที่บริเวณด้านล่างหลังคา ซึ่งเป็นพื้นที่ที่เราอาศัยอยู่ในบ้านมีอากาศร้อน การติดฉนวนกันร้อน คือการป้องกันการถ่ายเทความร้อนจากหลังคาไม่ให้เดินทางมาสู่ตัวบ้านได้

ตาราง 1 : เปรียบเทียบการส่งผ่านความร้อน

เพื่อที่จะทราบถึงปริมาณการถ่ายเทความร้อน เราจึงต้องคำนวณการต้านทานความร้อนรวมของทั้งระบบหลังคาเพื่อนำมาคำนวณหา สัมประสิทธิ์การการถ่ายเทความร้อนรวม โดยจะเปรียบเทียบระหว่างระบบหลังคา ที่ติดฉนวน 2 ประเภทที่แตกต่างกัน ซึ่งจากตัวเลขการคำนวณในตารางแสดงว่า การติดฉนวน Miron A Plus ความหนา 5มม. มีปริมาณความร้อนถ่ายเทลงมาเพียง 0.403 W/m2.k ในขณะที่การติดฉนวน PU ความหนา 1 นิ้ว มีปริมาณความร้อนถ่ายเทลงมามากถึง 0.739 W/m2.k

จึงทำให้สรุปได้ว่า ฉนวน Miron A Plus ความหนา 5มม นั้น สามารถลดการถ่ายเทความร้อนได้มากกว่าฉนวนหนาๆถึงเกือบ 50%  ทั้งๆที่ฉนวน PU มีความหนามากกว่าถึง 4 เท่าเลยทีเดียว แต่ทั้งนี้การพิจารณาเลือกฉนวนกันความร้อนไม่ควรพิจารณาเพียงแค่คุณสมบัติด้านการต้านทานความร้อนเพียงอย่างเดียว เราควรพิจารณาถึงคุณสมบัติอื่นๆด้วย อาทิ อายุการใช้งาน การเสื่อมสภาพ ความปลอดภัย และอื่นๆ