• โลกร้อนขึ้นทุกวัน

    ฉนวนกันความร้อนเดิมๆเสื่อมลง
    ทุกวัน

    ดร. เจเรมี่ แครูว์ รี๊ด และทีมนักวิจัย ระบุว่า ในอนาคตอันใกล้ เมืองไทยเป็นหนึ่งในประเทศที่จะได้รับผลกระทบจากโลกร้อนมากขึ้น เราจะต้องอยู่กับสภาพอากาศร้อนขึ้น ฝนตกมากขึ้น และฤดูแล้งที่ยาวนานมากขึ้น ความร้อน และความชื้นสะสม คือตัวการทำให้เส้นใยของเนื้อฉนวนเซลล์ปิดแบบเดิมๆ เสื่อมสภาพลง

    เรายังเลือกใช้ฉนวนที่เป็นเซลล์เปิด?

    จำเป็นด้วยหรือที่ฉนวนต้องหนา?

    * Jeremy Carew-Reid - PhD in Environmental ImpactAssessment ปัจจุบันเป็น Director of ICEM (InternationalCentre for Environmental Management)

    กราฟแสดงผลกระทบของความชื้นต่อการนำความร้อนของฉนวนประเภทเซลล์เปิด

    จากกราฟจะเห็นได้ว่า ฉนวนเซลล์เปิดทั่วไปอย่างใยแก้ว เมื่อมีความชื้นสะสมมากกว่า 12% การนำความร้อนของฉนวนจะเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่าซึ่งส่งผลให้ประสิทธิภาพในการป้องกันความร้อนลดลงไปมากกว่าครึ่ง ในขณะที่ Miron ซึ่งเป็นฉนวนเซลล์ปิด 100%ไม่สะสมความชื้น ทำให้ฉนวน Miron จะคงประสิทธิภาพในการป้องกันความร้อนคงที่อย่างเต็มประสิทธิภาพ

  • เราสัมผัสความร้อนจากการถ่ายเทพลังงานระหว่าง 2 บริเวณที่มีอุณหภูมิแตกต่างกัน แบ่งออกได้เป็น 3 ประเภท

    การนำความร้อน Conduction

    เป็นการถ่ายเทความร้อนภายในวัตถุ ซึ่งโดยส่วนมาก มักอยู่ในรูปของแข็ง จากอะตอมหนึ่งไปยังอีกอะตอม ความร้อนจะเดินทางจากบริเวณที่มีอุณหภูมิสูงไปบริเวณที่มีอุณหภูมิต่ำ วัตถุแต่ละชนิดจะนำความร้อนได้ต่างกัน โลหะจะนำความร้อนได้ดีสุด

    การพาความร้อน Convection

    เป็นการถ่ายเทความร้อนที่อาศัยการเคลื่อนที่ของตัวกลาง โดยส่วนมาก มักอยู่ในรูปแบบของก๊าซ หรือของเหลว โดยเมื่อได้รับความร้อน ตัวกลางจะมีอุณหภูมิสูง และเคลื่อนที่พาเอาความร้อนไปด้วย เช่น เมื่อนำ กาต้มน้ำไปวางบนเตา ความร้อนจากไฟทำให้อุณหภูมิของน้ำสูงขึ้น และน้ำที่มี อุณหภูมิสูงขึ้น จะเคลื่อนที่พาเอาความร้อนจากน้ำด้านล่าง ขึ้นมายังบริเวณผิวน้ำด้านบน

    การแผ่ความร้อน Radiation

    เป็นการถ่ายเทความร้อนโดยไม่อาศัยตัวกลาง ในรูปแบบคลื่นรังสีความร้อน และเมื่อรังสีความร้อน ไปกระทบวัตถุ วัตถุก็จะดูดกลืนความร้อน เช่น พลังงานความร้อนจากดวงอาทิตย์ เดินทางผ่านสูญญากาศมายังโลก

    เพราะรู้จักธรรมชาติของความร้อน จึงรับมือกับความร้อนได้